
มังกรบินทะยานฟ้าทั่วทิศ (พ.ศ. 2535 - ปัจจุบัน)
ทุกวันนี้มักเห็นป้ายกาแฟโบราณตรามังกรบินโดยทั่วไป ซึ่งได้มาโดยไม่ง่ายนัก ในปี 2535 คุณเอนก จิตตขจรเกียรติ (หนุ่ยกาแฟ) เข้ามาสืบสานธุรกิจต่อจากคุณวรเทพผู้เป็นพ่อ ขณะนั้นคุณเอนกอายุเพียง 21 ปี ทำงานรับหลอดกาแฟมาขายตามร้าน พร้อมกับหาลูกค้ากาแฟไปในตัว โดยมีคุณพ่อวรเทพเป็นผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้ในการส่งกาแฟให้
คุณเอนกเล่าให้ฟังว่า เขายังจำความรู้สึกในวันแรกได้เป็นอย่างดีว่า เขาหาลูกค้าได้เพียงรายเดียว เนื่องจากยังไม่ค่อยกล้ามากนัก แต่คุณพ่อวรเทพก็พยายามใช้คำพูดที่สร้างกำลังใจ และนั่งรถไปด้วยเพื่อดูตลาด ออกรถทุกวันเข้าตามซอกซอยต่างๆ ตามตลาดสดไปทุกที่ ซึ่งในขณะนั้นมีร้านกาแฟเปิดขึ้นมากมาย แต่ส่วนมากจะซื้อกาแฟต่อจากร้านค้าอีกทอดหนึ่ง ยังไม่มีคนมาส่งให้ถึงร้าน จึงเป็นโอกาสที่ดีให้คุณเอนกติดต่อขายกาแฟได้
เมื่อมีลูกค้ามากรายขึ้น คุณเอนกจะทำการจัดรวมเป็นสายในการส่ง เพื่อความสะดวกรวดเร็ว รวมถึงร้านค้าจะทราบได้แน่นอนว่าจะไปส่งวันใด จะได้ลงกาแฟได้พอดีจนมีลูกค้าอยู่ 3 สาย คือ สายนนทบุรี-ปทุมธานี สายสุพรรณบุรี และสายตะวันออก
และยังได้ขยายตลาดออกไปยังภาคอีสานเพิ่มเติม เริ่มจาก สระบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น ชัยภูมิ และภาคเหนือ นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ พิจิตร พิษณุโลก กำแพงเพชร
ขณะนั้นน้องชาย คือ คุณอำนาจ จิตตขจรเกียรติ เรียนจบพอดี คุณเอนกจึงให้คุณอำนาจสานต่อลูกค้าที่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เช่น นนทบุรี ปทุมธานี สุพรรณบุรี สมุทรสาคร กาญจนบุรี นครปฐม ฯลฯ ตามด้วยคุณอรุณศรี จิตตขจรเกียรติ น้องสาวก็ได้เข้ามาช่วยกิจการของครอบครัวเช่นกัน
พร้อมทั้งได้เปลี่ยนชื่อจาก “โรงงานกาแฟจิตต์เกษม” เพื่อจดทะเบียนในรูปแบบบริษัท เพื่อดำเนินกิจการในชื่อ “บริษัท ขจรเกียรติกาแฟ จำกัด” ด้วยวงเงินทุนจดทะเบียนเริ่มต้นที่ 1 ล้านบาท ซึ่งยังคงใช้กรรมวิธีการผลิตแบบดั้งเดิม ในช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ๆ ที่ยังเหลืออยู่ต่างปิดกิจการลง เนื่องจากไม่ค่อยมีคนสืบทอดธุรกิจลักษณะนี้มากนัก
การดำเนินธุรกิจในช่วงแรก คุณเอนกยอมรับอย่างไม่อายว่ากิจการของเขาไม่ค่อยราบรื่นมากนัก เนื่องจากต้องนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่เริ่มสร้างฐานลูกค้าขึ้นมาใหม่ โดยเริ่มเข้าถึงลูกค้าร้านกาแฟ ร้านน้ำชง และรถเข็น ในช่วงนั้นคนส่งกาแฟโบราณแทบจะไม่มีเลย จึงถือได้ว่าคุณเอนกเป็นผู้ที่พลิกฟื้นธุรกิจกาแฟโบราณให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง
ธุรกิจกาแฟโบราณดีขึ้นเรื่อยมา โดยมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี จนกระทั่งปี 2543 จึงได้เพิ่มช่องทางการตลาดด้วยการวางจำหน่ายสินค้าผ่านเอเย่นต์หรือยี่ปั๊วเกือบทั่วประเทศ เพราะสุดท้ายก็ยังมีร้านเล็กๆ ตามตรอกซอกซอยต่างๆ ที่เข้าถึงได้ยาก ทำให้ต้องวางสินค้าผ่านคนกลางเพื่อกระจายสินค้าให้เข้าถึงลูกค้ามากขึ้น และเพื่อให้สินค้าของเขาครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า ผ่านการจัดรายการโปรโมชั่นมากมาย ทั้งลดแลกแจกแถม เพื่อให้ลูกค้าทดลองใช้สินค้า และเกิดการซื้อประจำ
“เราจะเข้าไปคุยกับเขาตรงๆ และถามเลยว่า ร้านนั้นเขาใช้ยี่ห้ออะไร ถ้าใช้ยี่ห้ออื่น เราก็จะเสนอสินค้าของเราให้ทดลองใช้ แต่ถ้าเขาใช้มังกรบินอยู่แล้ว เราก็จะแจกป้ายให้ฟรี แต่เราจะหลีกเลี่ยงการส่งสินค้าเอง เพราะจะไปทับซ้อนกับร้านค้าของเอเย่นต์เราที่เขาไปซื้อ จึงให้เขาไปซื้อยี่ห้อเรากับร้านค้าตามเดิมดีกว่า เราไม่เอาเปรียบทั้งผู้บริโภค และลูกค้าของเรา”
คุณเอนก กล่าว
ปี 2543 คุณเอนกทำกาแฟแบบบรรจุถุงเล็กออกจำหน่าย เนื่องจากจากประสบการณ์ที่ขายกาแฟมามักพบว่า ลูกค้าที่มีทุนน้อยไม่สามารถลงสินค้ากับเราได้ มักไปแบ่งซื้อกับร้านค้าขายปลีก-ส่ง ตามตลาด ซึ่งเมื่อเขาผลิตเป็นถุงเล็กก็ส่งผลต่อยอดขายที่เพิ่มขึ้นด้วย
สร้างโรงงานรับ GMP
ทางโรงงานได้ทำการจดทะเบียนเป็นบริษัท เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2548 โดยใช้ชื่อว่า บริษัท ขจรเกียรติกาแฟ จำกัด แต่ยังใช้ตราสินค้าเดิม คือ ตรามังกรบิน กาแฟโบราณตรามังกรบิน ได้รับมาตรฐาน GMP ซึ่ง ลูกค้าที่ใช้กาแฟของเรามั่นใจได้ว่า กาแฟของเรามีคุณภาพจริง มีโรงงานผลิตเองโดยระบุที่อยู่บรรจุภัณฑ์ทุกขนาด มี อย. รับรอง
แยกโรงงานเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต
เมื่อมีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ต้องการสินค้าเพิ่มมากขึ้น แต่กำลังการผลิตไม่พอ ทางบริษัทจึงต้องแยกโรงงานเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต โดยบริษัท ขจรเกียรติกาแฟ จำกัด ผลิตสินค้าเพื่อส่งลูกค้าในกรุงเทพฯ ส่วนโรงงานกาแฟจิตต์เกษม ผลิตสินค้าเพื่อส่งลูกค้าในต่างจังหวัดและปริมณฑล เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2552 โดยยังใช้ตราสินค้าเดิม คือ “มังกรบิน”
วิกฤติมหาอุทกภัย ปี 2554
ในปี พ.ศ. 2554 ประเทศไทยเกิดวิกฤติมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ กาแฟโบราณตรามังกรบินก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน โรงงานที่ตั้งอยู่ในละแวกพุทธมณฑลสายสี่โดนน้ำท่วมสูงถึง 1.50 เมตร คุณเอนกได้ลุยน้ำเข้าไปสำรวจความเสียหายด้วยตัวเอง แต่ก็พบความเสียหายของทั้งเครื่องจักร วัตถุดิบ และสินค้าเกือบทั้งหมด จึงได้ตัดสินใจย้ายไปทำการผลิตชั่วคราวไปที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม เพื่อให้กิจการยังคงอยู่ต่อไปได้ หลังจากใช้เวลาขนย้ายและติดตั้งอุปกรณ์สำคัญประมาณ 2 สัปดาห์ ก็สามารถเริ่มทำงานต่อได้
หลังจากน้ำลด คุณเอนกและภรรยาก็รีบดำเนินการซ่อมแซมโรงงานและโกดังเก็บสินค้า แต่ความเสียหายค่อนข้างมาก ทางโรงงานจึงตัดสินใจทุบทิ้งแล้วสร้างโกดังเก็บสินค้าและสำนักงานใหม่ และสั่งเครื่องจักรใหม่มาใช้งาน ซึ่งกว่าตัวโรงงานใหม่จะแล้วเสร็จ ก็กินเวลาไปหลายปี
กาแฟโบราณมังกรบิน 2009
หลังจากผ่านวิกฤติมหาอุทกภัยปี 2554 คุณเอนกจึงได้ทำการจดทะเบียนบริษัทใหม่ คือ “บริษัท กาแฟมังกรบิน 2009 จำกัด” เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2555 โดยยังใช้ตราสินค้า “มังกรบิน” ซึ่งถึงแม้เวลาจะเปลี่ยนไป แต่ตราสินค้าที่ได้รับจากคุณปู่ขี่ลิ้ม มาสู่คุณพ่อวรเทพ สืบทอดมาถึงคุณเอนก ก็ยังเป็นมังกรบินตัวเดิมที่ทะยานขึ้นฟ้าตั้งแต่ปี 2490 จนถึงปัจจุบัน